ශ්‍රී ලංකා ප්‍රජාතාන්ත්‍රික සමාජවාදී ජනරජයේ තානාපති සහ නිත්‍ය නියෝජිත කාර්යාලය, බැංකොක්, තායිලන්ත රාජධානිය

இலங்கை ஜனநாயக சோசலிச குடியரசின் தூதரகம் மற்றும் நிரந்தர வதிவிடம், பாங்கொக், தாய்லாந்து இராச்சியம்

The Embassy and Permanent Mission of the Democratic Socialist Republic of Sri Lanka
Bangkok, Kingdom of Thailand

Accredited to the Kingdom of Cambodia, Lao People’s Democratic Republic and
United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific (UNESCAP)

เลือกหน้า

การเมือง ศาสนา และวัฒนธรรม (ประเทศไทย)

ความสัมพันธ์ทางการเมือง (Political Relations)

ความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ (Historical Relations)

สยาม (ประเทศไทย) และลังกา (ประเทศศรีลังกา) ซึ่งนับถือพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ สืบทอดความสัมพันธ์อันดียิ่งโดยเฉพาะในด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมที่ยาวนานกว่าเจ็ดศตวรรษ โดยมี อยุธยา ของสยามและ แคนดี้ ของลังกาเปรียบเหมือนศูนย์กลางของความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว

เรื่องราวที่ถูกบันทึกจากอดีตเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนาระหว่างไทย (สยาม) กับศรีลังกา (ซีลอน) เป็นไปในรูปแบบของการพัฒนา และการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่ละประเทศจะมีบทบาทสำคัญในเรื่องของผู้ส่งและผู้รับ โดยสนับสนุนกันฉันพี่น้องในช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ของทั้งสอง ส่งผลให้พระพุทธศาสนาได้ตั้งมั่นคงอยู่ในทั้งสองประเทศตราบจนถึงปัจจุบัน

ตามที่ “มหาวงศ์” พงศาวดารฉบับประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ของลังกา ได้กล่าวไว้ว่า “ชาวลังกาหรือชาวสิงหลเป็นกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในเกาะลังกา ชาวลังกาจึงสืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์สิงหพาหุ กษัตริย์แห่งแคว้นวัตสะ พระเจ้าสิงหบาหุ เนรเทศเจ้าชายวิจายาและผู้ติดตามออกจากแคว้นของพระองค์ เจ้าชายวิจายาได้นั่งเรือไปลังกา ปราบยักษ์ Raksod บนเกาะ หลังจากการสู้รบท่านได้สร้างเมืองขึ้นมาบนเกาะนั้น ลูกหลานของลังกาจึงถูกเรียกว่า สิงหลหรือลูกหลานของกษัตริย์สิงหพาหุ”

“ลังกาวงศ์” หรือ “ลังกาวังศา” พุทธศาสนาในสยาม (ประเทศไทย) “Lankavong” or “Lankavansa” Buddhism in Siam (Thailand)

สำหรับชาวสยาม ศรีลังกาได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘ดินแดนแห่งพระพุทธศาสนาที่สืบทอดมาจากพระพุทธเจ้า’ ตาม คัมภีร์อฏฺฐกวคฺค (อัฏฐกวรรค) พระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ ในสมัยก่อนซึ่งอยู่ในภัทรกัลป์ (กัลป์ที่เจริญหรือกัลป์ที่ดีแท้ มหามงคลซึ่งพระพุทธเจ้าทรงปรากฏ) ได้เสด็จมาเยือนลังกาแล้ว ศรีลังกาเป็นที่ตั้งของพุทธศาสนานิกายเถรวาทโบราณและยังคงตั้งมั่นรักษาคำสอนของศาสนาพุทธมาเป็นเวลากว่าสองพันปี ส่วนในประเทศสยาม (ประเทศไทย) พระพุทธศาสนามีการเผยแพร่มาตั้งแต่สมัยทวารวดี พุทธศาสนา “ลังกาวงศ์” หรือ “ลังกาวังศา” ซึ่งสมัยสยามมีมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

พุทธศาสนาระยะสุดท้ายที่ได้รับอิทธิพลเข้าสู่ประเทศไทยคือ ซีลอน (พระพุทธศาสนา ชาวศรีลังกา) ในช่วงเวลาของ พระเจ้าปรากรมพาหุ (ค.ศ. 1153-1186) ซึ่งพระองค์ได้เป็นกษัตริย์แห่งศรีลังกา ภายใต้การอุปถัมภ์ค้ำชูที่แน่นแฟ้น พระพุทธศาสนาได้ถูกรวมไว้ในราชอาณาจักรบนเกาะทั้งหมด จากที่นักวิชาการบางท่านได้กล่าวไว้ แม้กระทั่งการสังคายนา ครั้งที่ 7 ที่จัดขึ้นในเวลานั้น ภายใต้การนำของพระกัสสปเถระแห่งทิมพุละคะละซึ่งเป็นประธาน เพื่อทำการแก้ไขและเสริมสร้าง “ธรรมะ” และ “พระวินัย” ขณะเดียวกันข่าวดีนี้ถูกแพร่กระจายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า กัมพูชา ลาว และภาคเหนือของประเทศไทย พระภิกษุทั้งหลายได้พากันไปที่ซีลอน (ศรีลังกา) เพื่อรับ ‘ธรรมะ’ ในรูปแบบของบทพระธรรมอันบริสุทธิ์ อีกทั้งประเทศไทยได้ส่งพระภิกษุเข้ารับพิธีอุปสมบทจากศรีลังกาเช่นกัน ต่อมาพระภิกษุสงฆ์เหล่านั้นได้เดินทางกลับประเทศไทยกับพระสงฆ์ชาวลังกา นาม อานันทะ ได้เดินทางมายังเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อวางรากฐาน แบบแผนพระธรรมวินัย จนเมืองนครศรีธรรมราชเป็นศูนย์กลาง ของพระพุทธศาสนาลังกาวงศ์ สถูปเจดีย์และรูปพระพุทธรูปในยุคสมัยนั้นได้รับอิทธิพลจากศิลปะศรีลังกา ณ ตอนนั้น พ่อขุนรามคำแหงที่ปกครองอาณาจักรสุโขทัยทรงอาราธนา พระชาวลังกา ที่มาเผยแผ่พระพุทธศาสนาอยู่ที่ นครศรีธรรมราช ให้มาเผยแผ่ พระพุทธศาสนาในกรุงสุโขทัย และทรงโปรดเกลาฯให้เผยแพร่ ‘พระพุทธธรรม’ และพระมหาเถระสังฆราชผู้อาศัยอยู่ในป่าที่นครศรีธรรมราชเข้าเมืองหลวงและแสดงธรรม และแนะนำการอุปสมบทขั้นสูง ต่อมานิกายนี้ได้ถูกเรียกว่า ‘ลังกาวงศ์’ จวบจนถึงปัจจุบัน คนไทยได้รับพระบรมสารีริกธาตุ และทักษะการวาดภาพพระพุทธเจ้า การสร้างเจดีย์ และศิลปะทางพระพุทธศาสนา หลักฐานเหล่านี้ปรากฏบนศิลาจารึกของพ่อขุนรามย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1277 พระพุทธศาสนาในรูปแบบนี้ได้รับการปฏิบัติอย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน

“อุบาลีวงศ์” หรือ “สยามวงศ์” “สยามนิกาย” พุทธศาสนาในลังกา (ซีลอน/ศรีลังกา)

ในช่วงยุคกลางศตวรรษที่18 อุปสมปาดา (การอุปสมบทชั้นสูงซึ่งแตกต่างจากการบวชสามเณร) ได้สูญสิ้นไปจากศรีลังกา พระธรรมทางพระพุทธศาสนาได้สูญสิ้นไปสามครั้ง ในช่วงห้าร้อยปีก่อน เนื่องจากอิทธิพลอาณานิคมของชาวโปรตุเกส ชาวดัทช์ และชาวอังกฤษ และได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ในยุคของวิมาลา ธรรม สุริยา ที่1 (พ.ศ. 2495-2147) และวิมาลา ธรรม สุริยา ที่2 (พ.ศ. 2230-2250) การสถาปนาพระพุทธศาสนาสองครั้งนี้จึงเป็นช่วงระยะสั้น

ในยุคสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ปกครองอยุธยา สยามประเทศ พระเจ้าศรีวิชัยราชสิงห์ กษัตริย์แห่งแคนดี้ขึ้นครองราชย์ในศรีลังกา และพุทธศาสนาอยู่ในขั้นวิกฤติของการเสื่อมถอยในศรีลังกา ดังนั้นพระเจ้าศรีวิชัยราชสิงห์แห่งศรีลังกาได้ส่งทูตพร้อมจดหมายพระราชสาส์นและถวายสดุดีแก่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งสยาม และยังได้เชิญคณะสงฆ์จากสยามไปปฏิบิติภารกิจเพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในศรีลังกาตามหลักคำสอนของพระบรมศาสดา เวลิวิตา ศรี สรานันการ เถโร (พ.ศ. 2241-2321) แต่พระเจ้าศรีวิชัยราชสิงห์สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2290
คัมภีร์จุลวงศ์บันทึกไว้สมัยพระเจ้าอยู่หัวกิตติสิริ ราชสีห์ หรือ กีรติ ศรีราช สิงห์ (พ.ศ.2290 – 2325) ผู้สืบราชสันตติวงศ์ของพระเจ้าศรีวิชัยราชสิงห์ผู้ล่วงลับได้ส่งทูตสิงหลไปถวายพระราชสาส์นและถวายสดุดีพระเจ้าบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยาเพื่อขอให้พระภิกษุสยามบวชให้ชาวสิงหล
ตามบันทึกของคัมภีร์ “จุลยุทธการวงศ์” ในช่วงสมัยอยุธยาของไทยได้ระบุไว้ว่า ‘ในเวลานั้นกษัตริย์ลังกา’ ได้ส่งราชทูตไปเชิญพระภิกษุสยามเพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในลังกา พระเจ้าบรมโกศแห่งอยุธยาก็ทรงพระราชทาน พระไตรปิฎก พระภิกษุ 25 รูปภายใต้การนำของพระอุปาลีเพื่อทำการก่อตั้งการอุปสมบทที่ลังกา

การเดินทางครั้งแรก – เรือที่บรรทุกคณะสงฆ์ซึ่งนำโดยพระอุปาลีมหาเถระถูกคลื่นยักษ์ซัดถล่ม มีน้ำรั่ว ในที่สุดเรือก็เกยตื้นนอกชายฝั่งอ่าวนครศรีธรรมราช ทำให้ต้องกลับกรุงศรีอยุธยา

การเดินทางครั้งที่สอง – คณะสงฆ์จากสยามและคณะทูตเดินทางขึ้นเรือเดินทะเลที่ชื่อว่า ‘เซซิเลีย’ ของเนเธอร์แลนด์อีกครั้ง ภารกิจครั้งนี้ประกอบด้วยพระภิกษุที่ได้รับการเจิม ๒ รูป ได้แก่ พระอุบาลีมหาเถระ และพระอารยมุนี พระภิกษุบาลี 5 รูปที่ทำหน้าที่เป็นกรรมวาจาจารย์ พระภิกษุไม่มียศ 11 รูป ทูต 5 คน และยังมีผู้รับใช้แผนกต่างๆ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดำรงค์ราชานุภาพ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4 บันทึกไว้ใน “เรื่องราวการสถาปนาพระสงฆ์สยามในลังกา” ดังนี้
‘คณะทูตออกจากเมืองแคนดีเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2293 ถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2294 ราชทูตเข้าร่วมถวายพระราชกุศลแด่ คณะทูตไปสักการะที่วัดพุทไธศวรรย์ และวัดไชยวัฒนาราม พร้อมทั้งเดินทางไปสักการะรอยพระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรีและวัดป่าโมกวรวิหารที่จังหวัดอ่างทอง จนถึงวันที่ 21 กันยายน คณะทูตได้อุทิศสาส์นถึงสมเด็จพระสังฆราชแห่งสยาม (สังฆราช) ณ วัดมหาธาตุวราราม เพื่อสถาปนาพุทธศาสนานิกายเถรวาทในศรีลังกา สมเด็จพระสังฆราชสยามทรงตกลงที่จะส่งคณะสงฆ์สยามไปศรีลังกาพร้อมกับคณะทูตเพื่อให้การสนับสนุนและอุปสมบทชาวสิงหลในลังกา คณะเดินทางออกจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2294 และมาถึงสิริวัฒนาบุรีในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2295 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกีรติศรีราชสิงห์ให้การต้อนรับคณะสงฆ์สยาม พระมหากษัตริย์แห่งลังกาทรงนำขบวนแห่และพระราชทานอำนวยความสะดวก ณ วัดบุพพาราม หรือ วัดมัลวัตถะ ในเมืองแคนดี้

ภายในเวลาสามปีในศรีลังกา พระอุปาลีได้ตั้งรกรากที่เมืองแคนดี้และก่อตั้ง ‘สยามนิกาย’ หรือ ‘สยามวงศ์’ ซึ่งเป็นนิกายของพุทธศาสนาเถรวาท ทรงประกอบพิธี ‘อุปสมปดา’ (การอุปสมบทขั้นสูง) แก่พระภิกษุ 700 รูปและสามเณร 3,000 รูป พิธีอุปสมบทครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงพระจันทร์เต็มดวงในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2296 หนังสือสยาม “ศยมุปสัมปทาวัฒน์” ก็บันทึกไว้เช่นเดียวกัน หลังจากนั้นพระภิกษุสยามอีกชุดหนึ่งนำโดยพระราชาคณา (พระภิกษุสยาม) สองรูป คือ พระวิสุทธจารย์ และพระวรยันต์มุนี ไปแทนคณะสงฆ์สยามคณะแรกที่ศรีลังกา

การเดินทางของคณะสงฆ์สยามเพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในศรีลังกาทำให้พระพุทธศาสนาเถรวาทเจริญรุ่งเรืองในศรีลังกาอีกครั้ง ศรีลังกาจึงตั้งชื่อพระภิกษุชาวลังกาที่พระอุบาลีอุปสมบทว่า “อุบาลีวงศ์” หรือ “สยามวงศ์” ทำให้ “สยามนิกาย” กลายเป็นนิกายหนึ่งที่นับถือศาสนาพุทธมากที่สุดในศรีลังกา โดยผู้สืบเชื้อสายสิงหลส่วนใหญ่นับถือมาจนถึงปัจจุบัน
ภายหลังการถวายสักการะแก่สองชาติคือลังกาและสยาม พระอุปาลีเถโรได้มรณภาพที่เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา
เนื่องในโอกาสครบรอบ 260 ปี การสถาปนาพุทธศาสนาสยามในประเทศศรีลังกา รัฐบาลไทยได้อนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์พระอุบาลีมหาเถระ และบูรณะวัดธรรมาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 ธันวาคม 2556 ณ วัดธรรมาราม เพื่อเป็นเกียรติแก่ภารกิจทางศาสนาของพระอุปาลีมหาเถระ และเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง ราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยและรัฐบาลศรีลังกาได้ประกาศให้เมืองกรุงศรีอยุธยาในราชอาณาจักรไทยและเมืองแคนดี้ในสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาเป็น “เมืองพี่เมืองน้อง” ของทั้งสองประเทศ’

ปี 2023 นี้ ถือเป็นวันครบรอบ 270 ปีของการสถาปนา สยามนิกายในศรีลังกา

ความสัมพันธ์ทางการทูต (Diplomatic Relations)

ประชาชนของทั้งสองประเทศมีความผูกพันกันในสายสัมพันธ์พุทธศาสนานิกายเถรวาท และหลังจากการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูตอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 ความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศยังคงเจริญรุ่งเรืองและมีความหลากหลายในหลายด้าน
ปี พ.ศ. 2566 นี้เป็นวาระครบรอบ 68 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ

Political Relations of Thailand

การเข้าเฝ้าและการนำเสนอพระราชสาส์นตราตั้งโดยเอกอัคราชทูตและผู้แทนถาวรศรีลังกา นางโกโลนเน อัปปุหามิลาเค จมินทะ อิโนกา โกโลนเน
ถวายแด่สมเด็จพระวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งราชอาณาจักรไทย (The Royal Audience and the Presentation of the Letter of Credence by Ambassador C.A. Chaminda I. Colonne to the King Maha Vajiralongkorn Phra Vajiraklaochaoyuhua of the Kingdom of Thailand)

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งราชอาณาจักรไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้นางโกโลนเน อัปปุหามิลาเค จมินทะ อิโนกา โกโลนเน เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งศรีลังกาประจำราชอาณาจักรไทย และผู้แทนถาวรของ UNESCAP เข้าเฝ้าฯ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 เพื่อนำเสนอพระราชสาส์นตราตั้งที่พระตำหนักอัมบารา พระราชวังดุสิต กรุงเทพฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแสดงความปรารถนาดีอย่างจริงใจต่อประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษาและระลึกถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นอันยาวนานกับศรีลังกา ขณะแสดงความยินดีกับเอกอัคราชทูตนางโกโลนเน อัปปุหามิลาเค จมินทะ อิโนกา โกโลนเน ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ของศรีลังกา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับรองว่าราชอาณาจักรไทยจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการและบรรลุภารกิจ
เอกอัคราชทูตนางโกโลนเน อัปปุหามิลาเค จมินทะ อิโนกา โกโลนเนกล่าวคำทักทายอย่างอบอุ่นจากประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา แห่งศรีลังกา ถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และให้คำมั่นว่าจะให้ความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการเสริมสร้างและผนึกมิตรภาพและความร่วมมืออันดีที่มีมายาวนานกับราชอาณาจักร เอกอัครราชทูตโคลอนน์ยังได้ทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินเยือนศรีลังกาด้วย
เอกอัครราชทูตเวียดนาม สโลวาเกีย เคนยา ตุรกี และไนจีเรีย ยังได้ยื่นพระราชสาส์นตราตั้งในวันเดียวกัน
เอกอัคราชทูตนางโกโลนเน อัปปุหามิลาเค จมินทะ อิโนกา โกโลนเนยังได้รับการรับรองจากราชอาณาจักรกัมพูชาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวไปพร้อมๆ กัน

การเยี่ยมเยือนแบบทวิภาคี

จากศรีลังกาสู่ไทย (From Sri Lanka to Thailand)

  • นายกรัฐมนตรี รัตนสิริ วิกรมณยากา (2552)
    นายกรัฐมนตรี รัตนสิริ วิกรมนายกะ เมื่อปี พ.ศ. 2550
  • การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีศรีลังกา ไมตรีปาลา สิริเสนา เยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1-4 พฤศจิกายน 2558
  • ฯพณฯ ประธานาธิบดีแห่งศรีลังกา ไมตรีปาลา สิริเสนา และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 7 ถึง 8 ตุลาคม 2559 เพื่อเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue – ACD) พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดร.ฮาร์ชา เดอ ซิลวา และคณะ โดยเข้าพบนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย
  • ฯพณฯ ประธานาธิบดีศรีลังกา ไมตรีปาลา สิริเสนา เสด็จเยือนประเทศไทยเมื่อวันที่30 ตุลาคม 2559 เพื่อถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยนายพุทธศาสนิกชน รัฐมนตรีนายวิเจยทศ ราชปักษา
  • นายสุสิน พรีมาจายันธา (Susil Premajayantha) รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการวิจัย และคณะผู้แทนเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและนวัตกรรมสมัยที่ 1 ที่ สำนักงานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแฟซิฟิก (UNESCAP) ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2559
  • ดร. ฮาร์ชา เดอ ซิลวา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum: ARF) ครั้งที่ 23 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559
  • นายธีลังกา สุมาธิปาลา รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยของรัฐที่รัก และคณะเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแฟซิฟิก (ESCAP) ครั้งที่ 72 ใน เดือนพฤษภาคม 2559
  • ท่านประธานาธิบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาที่ยั่งยืนและสัตว์ป่า กามินิ จายาวิคครัมมา เพอเรร่า (Gamini Jayawickrama Perera) ได้รับเลือกเป็นประธานของการประชุมเอเชียแปซิฟิกว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (APFSD) ที่ UNESCAP ในเดือนเมษายน 2559
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดร. ฮาร์ชา เดอ ซิลวา และคณะผู้แทน 2 คน เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของเวทีประชุมความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue – ACD) ที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนมีนาคม 2559
  • ท่านสุจีวา เสนาสิงเห รัฐมนตรีกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ และคณะผู้แทนสมาชิกสองคนจากหน่วยงานสิงคโปร์ที่สนับสนุนด้านการลงทุน (EDB) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เยือนประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม 2559 เพื่อศึกษาเมืองอุตสาหกรรมอมตะนคร
  • อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและพุทธศาสนิกชน วิเจยทศ ราชปักษา เยือนทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และนายกรัฐมนตรี ผ่านทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อปี 2560
  • ท่านประธานาธิบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ และคณะผู้แทนใน สมัยที่ 4 ของการประชุมสภารัฐมนตรีแห่งข้อตกลงการค้าเอเชียแปซิฟิก (APTA) เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560

  • การมาเยือนของนาย อจิธ พี เพอเรร่า (Ajith P. Perera) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและพลังงานทดแทน และเป็นผู้แทนในการประชุมคณะกรรมการพลังงานสมัยที่ 1 ระหว่างวันที่ 17 – 19 มกราคม 2560 โดยมี รัฐมนตรีดี้ (DY) ที่ได้รับเลือกให้เป็นประธาน

  • การมาเยือนของรัฐมนตรีและเป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในเอเชียแฟซิฟิก เรื่องการพัฒนาสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน (APFSD) เมื่อวันที่ 29 – 31 มีนาคม 2560

  • การมาเยือนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มังกาลา สะมาระวีรา และสมาชิกผู้แทนอีก 6 ท่าน รวมถึงรองเลขานุการการคลัง ณ ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานด้านการเงินและการพัฒนาสหประชาชาติ วันที่ 28- 29 เมษายน 2560

  • การมาเยือนของท่านอจิต พี เพอเรร่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงาน และพลังงานทดแทน ครั้งที่ 73 ณ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแฟซิฟิก (UNESCAP) ระหว่างวันที่ 15 – 19 พฤษภาคม 2560

  • การมาเยือนของท่าน เอสบี ดิสสะนายัก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นประธานการสัมมนาด้านการพัฒนาสังคม เมื่อเดือนมิถุนายน 2560
  • การมาเยือนของท่านอนุราธา จายารัตเน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนมหาเวลี และผู้แทน ณ กระทรวงการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก วันที่ 5 – 8 กันยายน 2560
  • การมาเยือนของนายกรัฐมนตรีรานิล วิคครีเมสิงหะ ในปี 2018
  • การมาเยือนประเทศไทยของรัฐมนตรีว่าการยุทธศาสตร์และการพัฒนาและการค้าระหว่างประเทศ นายมาลิค ซามาระวิคคระมา (Malik Samarawickrama) กับผู้แทน รวมไปถึงรัฐมนตรีกรมประมง กระทรวงเกษตร เป็นประธานการประชุมหน่วยงานสิงคโปร์ที่สนับสนุนด้านการลงทุน (EDB) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) วันที่ 1618 กุมภาพันธ์ 2561
  • ท่านประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรีมหินทา ราชปักษา เดินทางต่อเครื่องที่กรุงเทพฯ ระหว่างทางไปโคลัมโบในปี 2561 ซึ่งมีการจัดการประชุมระหว่างรัฐมนตรีไทย กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ท่านประธานาธิบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุทธศาสตร์การพัฒนาและการค้าระหว่างประเทศ
  • การศึกษาดูงานโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและการปฏิรูปเรือนจำ ทะลาธา อตุโกเรล (Thalatha Atukorale) เพื่อยืนยันการทำงานของระบบกฎหมายและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด ซึ่งได้พบกับรองนายกรัฐมนตรีและผู้พิพากษาแห่งประเทศไทย และได้มีโอกาสเยี่ยมชมเรือนจำในปี 2561
  • ท่านประธานาธิบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐานเข้าเยี่ยมชม งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมด้านอาหาร (Thai Fex) เนื่องจากบูธที่กระทรวงนั้นจัดและได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ในปี 2561
  • ท่านประธานาธิบดี ซากาลา รัตนยากะ เสนาธิการฯ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบริหารโครงการ กิจการเยาวชนและการพัฒนาภาคใต้ เยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมอมตะ จังหวัดระยอง พร้อมด้วยตัวแทนจากไชน่า ฮาเบอร์ จำกัด (China Harbor Limited) ประจำประเทศศรีลังกา เมื่อปี 2561
  • ท่านประธานาธิบดี รมว.กระทรวงกลาโหม รุวัน วิเจวาร์ดีน เยือนประเทศไทยและเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในประเทศไทยในปี 2561
  • ท่านประธานาธิบดี สกาลา รัตนยากะ เสนาธิการในขณะนั้น นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบริหารโครงการ กิจการเยาวชนและการพัฒนาภาคใต้ เยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมอมตะ จังหวัดระยอง พร้อมด้วยตัวแทนจากไชน่า ฮาเบอร์ จำกัด (China Harbor Limited) ประจำประเทศศรีลังกา
  • การมาเยือนของ นายดายา กาเมจ (Daya Gamage) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเสริมพลังทางสังคมได้เข้าร่วม การพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย-แปซิฟิก (APFSD) ครั้งที่ 6วันที่27-29 มีนาคม 2562
  • การมาเยือนของ นายติลัค มาราพานา (Tilak Marapana) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ครั้งที่ 26และ คณะผู้แทนศรีลังกาในการประชุมคณะเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน (ASEAN SOM) วันที่ 2 สิงหาคม 2562
  • การมาเยือนของ นายฮาร์ชา เดอ ซิลวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการปฏิรูปเศรษฐกิจและการจัดจำหน่ายสาธารณะ ในงานเปิดตัว ‘เครือข่ายสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งความปลอดภัยทางถนนแห่งอาเซียนและ คณะผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออก (WHO-SEARO) และเครือข่ายสมาชิกสภานิติบัญญัติความปลอดภัยทางถนน ซึ่งได้มีการเลือกตั้งอย่างเป็นเอกฉันท์ในฐานะรองประธานชุดเดียวกัน เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มธ. อาลี ซาบรี (Ali Sabry) นำคณะผู้แทนศรีลังกาเข้าร่วมการการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย-แปซิฟิก (APFSD) ครั้งที่ 9 จัดขึ้นแบบผสมผสานที่สำนักเลขาธิการสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (UNESCAP) ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 28 – 31 มีนาคม 2565
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการศรีลังกา ซูสิน พรีมาจายันธา (Susil Premajayantha) นำคณะผู้แทนเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน 2030 (SDG4-Education) (APREMC II) ครั้งที่ 2 ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฯพณฯ เชฮัน เสมาสิงห์ (Shehan Semasinghe) นำคณะผู้แทนศรีลังกาเข้าร่วมการประชุม การพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย-แปซิฟิก (AFPSD) ครั้งที่ 10 ที่คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 27 ถึง 30 มีนาคม 2566

จากไทยไปสู่ศรีลังกา

  • พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จเยือนศรีลังกาในปี พ.ศ. 2493
  • พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งเป็นมกุฏราชกุมารได้เสด็จราชดำเนินเยือนศรีลังกาเมื่อปี พ.ศ. 2536
  • นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร พ.ศ. 2546
  • นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ.ศ. 2556
  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯเยือนศรีลังกา ในปี พ.ศ. 2556
  • รองนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย ได้นำพระบรมสารีริกธาตุมหิยานกานายากลับประเทศศรีลังกาในวันที่ 812 มีนาคม พ.ศ. 2559
  • ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนะ มอบพระบรมสารีริกธาตุแก่รองนายกรัฐมนตรีของไทย นายสมคิด จตุศรีพิทักษ์ ในการเข้าพบประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนะ ที่สำนักเลขาธิการประธานาธิบดี
  • รองนายกรัฐตรีผู้ซึ่งรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจของไทย ด็อกเตอร์สมคิด จตุศรีพิทักษ์ เยือนศรีลังกา ระหว่างวันที่ 812 มีนาคม เพื่อติดตามผลการเยือนศรีลังกาของประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2558 พร้อมกับกระทรวงอุตสาหกรรมพาณิชย์
  • การมาเยือนศรีลังกาอย่างเป็นทางการของนางชามฉัด อัคตาร์ (H.E. Mrs. Shamshad Akhtar) เลขานุการบริหารของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแฟซิฟิก (UNESCAP) เมื่อเดือนตุลาคม 2559 และเยี่ยมเยือน ซูซาน สโตน ผู้อำนวยการส่วนการค้า การลงทุนและนวัตกรรมของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแฟซิฟิก (UNESCAP)
  • นายกรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีฝ่ายศาสนา เยือนศรีลังกา ร่วมงานวันวิสาขบูชาสากล ประจำปี 2560 พร้อมคณะผู้แทนและ ยังได้ไปอนุราธปุระ เพื่ออภิปรายพระอตมะสถนาธิปาตีเรื่องการมอบต้นอ่อนโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์
  • การเยือนประเทศศรีลังกาอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีประยุธ จันทร์โอชาในเดือนกรกฎาคม 2561
  • ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและคณะผู้แทนร่วมหารือทางการเมืองระดับเลขาธิการ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561
  • นายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเยือนศรีลังกาเพื่อเชิญพระภิกษุสงฆ์นิกายสยามมาประเทศไทยเพื่อร่วมสวดมนต์ในวันที่ 31 ธันวาคม 2561
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ดอน ปรมัตถ์วินัย เยือนศรีลังกาเพื่อร่วมทอดผ้ากฐิน ในเดือนพฤศจิกายน 2561
  • รองนายกรัฐมนตรี ดอน ปรมัตถ์วินัย เยือนศรีลังกาเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) ครั้งที่5 ซึ่งได้ถูกจัดขึ้นที่เมืองโคลัมโบ เมื่อเดือนมีนาคม 2565

เป็นกลไกปรึกษาหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศศรีลังกากับกระทรวงการต่างประเทศไทย

การประชุมทวิภาคีกลไกปรึกษาหารือระหว่างประเทศศรีลังกากับกระทรวงการต่างประเทศไทยครั้งแรกถูกจัดขึ้นที่กรุงโคลัมโบ วันที่24สิงหาคม 2555 เป็นการดำเนินการลมนามสัญญาข้อตกลง ในเดือนพฤษภาคม 2555 ระหว่างตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ในช่วงการมาเยือนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีศรีลังกาเนื่องในการจัดประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชาโลกที่อยุธยา ประเทศไทย การประชุมทวิภาคีที่สองถูกจัดขึ้นวันที่ปีการประกาศเอกราชของศรีลังกา ธันวาคม 2555 การประชุมถูกจัดขึ้นเพื่ออภิปรายและกำหนดแผนงานของปี 2556 มุ่งเน้นเรื่องการเฉลิมฉลอง 260ปีการประกาศเอกราชของศรีลังกา ของการก่อตั้งสยามนิกาย ในศรีลังกา การประชุมทวิภาคีครั้งที่สามถูกจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครของไทย ในวันที่ปีการประกาศเอกราชของศรีลังกา มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นระดับเลขานุการต่างประเทศ การประชุมทวิภาคีครั้งที่สี่ถูกจัดขึ้นที่กรุงโคลัมโบ ศรีลังกา เมื่อวันที่28 กุมภาพันธ์ 2561

และกระทรวงการต่างประเทศศรีลังกาก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะจัดการประชุมกลไกปรึกษาหารือระหว่างประเทศศรีลังกากับกระทรวงการต่างประเทศไทย ครั้งที่ห้า ระดับเลขาธิการต่างประเทศ ในวันที่ 28 สิงหาคม 2566 ที่กรุงโคลัมโบ สืบเนื่องจากสถาการณ์ทางการเงินของศรีลังกา กระทรวงการต่างประเทศของไทยแนะนะให้จัดการประชุมครั้งที่ห้าที่กรุงโคลัมโบ

สถานเอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย

กรุงเทพมหานคร